www. tprc

menu_search.jpg
 
 
 
 
 
   
> Topic Review
> Short Case
> Quick Look
การให้ออกซิเจนทางจมูก (ในเด็ก)
Tracheostomy care
Peak expiratory flow rate 2
Peak expiratory flow rate 1
การเปลี่ยนท่อเจาะคอ
เครื่องผลิตออกซิเจนจากอากาศ
การให้ออกซิเจนที่บ้าน โดยใช้ แท็งก์ออกซิเจน
ข้อปฏิบัติของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้
การเปลี่ยนเชือกผูกท่อเจาะคอ และการทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้
คู่มือการฝึกบริหารการหายใจ และการออกกำลังเพื่อสุขภาพปอดในผู้ป่วยโรคหืด
คู่มือการช่วยกู้ชีพในเด็ก (CPR)
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 11
"เรียนรู้ การอดอยาก "
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 10
"ความสามารถที่โดดเด่น "
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 9
" การไม่เดินตามผู้นำ "
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 8
" การฟัง คือ การเรียนรู้ "
การดูดเสมหะ
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 7
"ปัญหาที่ไม่น่าจะเกิด"
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 6
"สัมมา คารวะ"
คำแนะนำการทดสอบสมรรถภาพปอดในเด็ก
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 5
"การเลือกซื้อของ"
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 4
"การสื่อภาษา"
การตรวจการนอนหลับในเด็ก
( Polysomnography)
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 3
"การรับรู้ – การเรียนรู้"
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 2
"ทำไมต้องเป็นสิงคโปร์"
เด็กไทยในต่างแดน 2 ตอนที่ 1
"วิสัยทัศน์"
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 10
"บทส่งท้าย"
บทที่2 อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องเตรียมเพื่อใช้ที่บ้าน
ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนต้น
ขณะนอนหลับในเด็ก (Obstructive Sleep Apnea)
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 9
"การหาเงิน"
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 8
"การซื้อของฝาก "
บทที่ 1 การเจาะคอ
การล้างจมูก
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 7
" HOME SICK "
คำแนะนำ การดูดน้ำมูกและเสมหะ ด้วยลูกยางแดง
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 6
" เกาะเซนโตซา "
โรคหืดและภูมิแพ้
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 5
" อาหารมื้อแรก "
การขับเสมหะออกจากปอดและหลอดลม
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 4
" วันแรกในต่างแดน "
การเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะในเด็กเล็ก
ทำไมลูกจึงไอเรื้อรัง
ทำไมลูกจึงไอเรื้อรัง(2)
โรคหวัด...ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เมื่อลูกป่วยเป็นโรคหอบหืด
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 3
" เตรียมตัวเดินทาง "
วิธีพ่นยาแบบละออง
CD ที่แนะนำ
บทสรุปชาลีลูกแม่
ความรู้เรื่องโรคหอบหืดในเด็ก
(อ.ไพศาล)
การวัดความไวของหลอดลม
โดยการออกกำลังกาย
กล้องส่องตรวจทางเดินหายใจ
เมื่อลูกรักต้องดูดเสมหะ
(ด้วยเครื่อง)
การทดสอบปอดและแผนการดูแล
ตนเอง ของผู้ป่วยโรคหืด
ไข้หวัด
ไข้หวัดใหญ่
การดูแลตนเองเมื่อเป็นวัณโรคปอด
การบริหารการหายใจและการ
ออกกำลังกายแบบแอโรบิค
ความรู้เพื่อการนอนหลับที่ดี
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 1
" ที่มา ที่ไป "
เด็กไทยในต่างแดน ตอนที่ 2
" ปฐมนิเทศ ก่อนเดินทาง "
ข้อปฏิบัติของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้

ด้วยความปรารถนาดีจาก
ศ.พญ.สุภรี สุวรรณจูฑะ
โครงการส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพปอดเด็ก
หน่วยโรคระบบหายใจเด็ก
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

      เนื่องจากอาการของคนไข้ที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้น  อาจจะเกิดจากการถูกสิ่งที่เขาแพ้โดยตรงแล้วทำให้เกิดอาการแพ้  หรือเนื่องจากคนไข้นั้นเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วไปถูกสิ่งที่กระตุ้นโดยที่คนไข้ไม่ได้แพ้สิ่งกระตุ้นนั้นเลยแล้วทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมา  ดังนั้นการปฏิบัติควรจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงทั้ง 2 สิ่งเหล่านั้น  และข้อปฏิบัติต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้เป็นอย่างมาก

ก. การจัดห้องนอน
      1. ห้องนอนควรมีเฉพาะเตียงนอน ที่นอน หมอนมุ้ง ไม่ควรมีของอื่นเก็บไว้ในห้องนอน วัสดุที่ใช้ทำที่นอน หมอน ผ้าห่ม ก็เช่นเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงประเภทนุ่น ขนสัตว์ หรือของที่มีขนปุกปุย โดยใช้สิ่งทอ ที่ไม่มีฝุ่น หรือทำให้เกิดฝุ่นแทน เช่น พวกสารสังเคราะห์ ได้แก่ แดรกคอน ไนลอน ฟองน้ำ หรือถ้าหมอนและ ที่นอนที่ยัดด้วยนุ่นก็ควรจะใช้ผ้าพลาสติกเย็บหุ้มให้สนิทมิดชิดไม่ให้มีฝุ่นเล็ดลอดออกมาได้ ผ้าห่มนอนอาจใช้พวกผ้าฝ้าย หรือพวกสารสังเคราะห์ และก่อนใช้ถ้าเก็บไว้ในตู้นาน ๆ ก็ควรตากผึ่งแดดลมก่อน
      2. เฟอร์นิเจอร์ ถ้ามีก็ให้น้อยที่สุด และหลีก เลี่ยงชนิดที่มีขนปุกปุยหรือที่ทำให้เกิดฝุ่น นุ่น พรม รูปภาพ หนังสือ ของเล่นสำหรับเด็ก ไม่ควรเก็บไว้ในห้องนอน พวกม่าน หรือพรมถ้าจะใช้ก็ต้องใช้สิ่งของ พวกสารสังเคราะห์
      3. เสื้อผ้าที่สวมใส่ออกไปนอกบ้าน ควร เปลี่ยน และเก็บไว้อีกห้องหนึ่งต่างหากและควรแยกจากห้องนอน
      4. ไม่ควรใช้ยาฉีดฆ่าแมลง หรือสูบบุหรี่ใน ห้องนอน
      5. เครื่องใช้ในห้องนอน หมอน ที่นอน มุ้ง ม่าน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ ควรได้รับการทำความสะอาดบ่อย ๆ

ข. สัตว์เลี้ยง
      ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น แมว สุนัข นก ไก่ ฯลฯ เพราะขนและขี้รังแคของสัตว์พวกนี้จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย แม้ว่าขณะนั้นอาจจะยังไม่แพ้ สิ่งเหล่านั้น แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ง่ายมาก แม้เสื้อผ้า สิ่งของ เครื่องใช้ก็ควรหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำจากขนสัตว์ด้วย

ค. หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะไปกระตุ้นระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ
      1. ควันบุหรี่ โดยเฉพาะผู้ป่วยไม่ควรสูบบุหรี่ หรือเข้าไปในห้องที่มีควันบุหรี่อยู่เต็มห้อง เพราะอณู เล็ก ๆ จากควันบุหรี่อาจจะเป็นเถ้าและไปเกาะในทางเดินหายใจ ซึ่งจะเกิดการกระตุ้นทำให้ไอได้ นอกจากนี้จะเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบจากทางเดินหายใจเพื่อกำจัด สิ่งเหล่านั้น โดยการหลั่งสารที่เป็นน้ำเมือกออกมาด้วย ถ้ามากก็จะกลายเป็นเสมหะ ถ้าเหนียวหรือรวมตัวกันเป็นก้อนก็จะกระตุ้นการไอมากขึ้น หรืออาจเกิดการ อุดตันของทางเดินหายใจได้เช่นกัน
      2. ฝุ่นต่าง ๆ เช่น ฝุ่นชอล์ก ฝุ่นตามถนน ฝุ่นที่เกิดจากการเก็บกวาดบ้าน ควรจะหลีกเลี่ยงไปให้ห่างไกลสิ่งเหล่านี้
      3. กลิ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะกลิ่นฉุนจัดจาก เครื่องปรุงอาหาร พริก แกง สีทาบ้าน ยาฆ่ายุง ต้องพยายามหลีกเลี่ยง หรือถ้าหากเป็นห้องครัวที่อยู่ในบ้านก็ควรมีที่ดูดอากาศออกไป นอกจากนี้ในห้องเก็บของ ห้องใต้ดิน ห้องสมุดที่มีการถ่ายเทอากาศไม่ดีก็ควรจะหลีกเลี่ยง

ง. ตัวคนไข้เอง
      1. อาหาร เกี่ยวกับอาหารพยายาม รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ให้ น้ำหนักตัวมาก (อ้วนเกินไป) หรือรับประทานน้อย (ผอมเกินไป) ควรให้มีน้ำหนักปานกลางจะดีที่สุด เพราะพลังงานที่จะถูกใช้ไปจะเสียไปน้อยที่สุด ต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่เย็นจัด และอาหารหนักขณะที่มีอาการหอบ อาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่นพวก ถั่วลิสง กระหล่ำปี หอม แตงกวา แตงโม ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วย
      2. การทำงาน ทำงานมากเกินไปจนนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ มัวหมกมุ่นกับงานจนเหนื่อยอ่อนทั้งจิตใจและร่างกาย ก็ควรจะหลีกเลี่ยง
      3. โรคติดต่อ โดยเฉพาะในขณะที่มีโรคหวัด เจ็บคอ หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจระบาด ควรจะให้ห่างคนที่เป็นเพื่อจะได้ไม่ติดต่อโรคหวัดจะกระตุ้นให้คนไข้มีอาการหอบได้ง่าย
      4. อากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่ควรออกไปใน ขณะที่ฝนตก อากาศหนาวเย็น ไม่มีเครื่องให้ความ อบอุ่นแก่ร่างกายได้เพียงพอ
      5. การออกกำลังกาย ต้องออกกำลังกาย เล่นกีฬาแต่เพียงพอดี ไม่ใช่เล่นมากจนถึงกับมีอาการหอบแน่นขึ้นมา เด็กนักเรียนควรได้รับการออกกำลังกายในชั่วโมงพลศึกษาเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชั้นถ้าเล่นแล้วไม่มีอาการอะไร แต่ควรจะพยายามเลี่ยงเกมที่มีการ แข่งขันเพื่อเอาชัยชนะกัน การออกกำลังกายปกติจะทำให้หลอดลมมีการขยายตัว แต่คนไข้ที่เป็นโรคหืด บางครั้งเมื่อหลอดลมขยายตัวแล้วก็อาจตามมาด้วยการรัดตัวให้แคบลงของหลอดลม โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เหนื่อยมากเกินควร หรือการออกกำลังกายที่นานเกิน 15-20 นาทีขึ้นไป ควรออกกำลังให้เวลาจำกัด หยุดพักแล้วเล่นต่อ และการออกกำลังกายนี้ถ้ามีอาการหอบขึ้นมาควรจะหยุดไปสักประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้วลองอีก ลองทำเช่นนี้ดู 3-4 ครั้ง ถ้าเกิดอาการหอบทุกครั้งก็ควรเว้นการออกกำลังกายให้ห่างออกไปสักพัก เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือหนึ่งปี แล้วลองทำอีก หรืออาจจะทานยาขยายหลอดลมก่อนการออกกำลังกาย ประมาณ 15 นาที
ข้อควรระวัง
1) การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากอย่างหนึ่ง แต่ไม่ควรดำน้ำ
2) ผู้ป่วยไม่ควรเล่นดนตรีประเภทต้องใช้ลมเป่าจากปอด เช่น เป่าแตร เป่าปี่ เป็นต้น
      6. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ เราคงจะเคยได้ยินคำว่า “ จิตใจและร่างกายเปรียบเสมือนเป็นสิ่งอันเดียวกัน” ถ้าอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดโรคขึ้นก็จะทำให้อีกอย่างหนึ่งเกิดโรคตามไปด้วย เมื่อร่างกายเกิดการเจ็บป่วยไม่สบายก็ทำให้จิตใจขุ่นมัวเป็นทุกข์ เมื่อจิตใจ และอารมณ์ไม่ดีขุ่นมัว โกรธ ก็จะทำให้อาการของโรคกำเริบมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะโรคหืดซึ่งเราจะพบ เห็นได้ง่าย การให้ความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรค หืดนี้ ก็มีความสำคัญมาก อาจจะทำให้อาการที่จะเป็นหนักกลับเบาลงมาได้ แต่การเห็นอกเห็นใจนั้นควรจะเป็นในขอบเขตจำกัดพอเหมาะพอควร เพราะการเอาอกเอาใจมากเกินกว่าเหตุก็อาจมีอันตรายต่อ คนไข้เอง โดยที่ผู้ป่วยอาจพยายามเอาอาการของโรคนั้นมาเรียกร้องความสนใจ เห็นอกเห็นใจ นาน ๆ เข้าก็เลยกลายเป็นสาเหตุให้เกิดโรคทางอารมณ์และจิตใจได้