|
ผมได้เคยสอนให้เด็กๆให้เรียนรู้ว่า การไม่ใช้เงิน เป็นการหาเงินอย่างหนึ่ง ตราบที่เรายังมิได้ตัดสินใจว่า จะซื้ออะไร เงินก็ยังอยู่ในกระเป๋าของเรา สร้างความ อบอุ่นใจให้แก่ตัวเราเองว่า เรายังสามารถจะดำรงชีพอยู่ในต่างแดนได้อีกนานพอสมควรโดยไม่ต้องกังวล มีไกด์ทัวร์คนหนึ่ง บอกขายช็อคโกแลตที่มีแมคคาดาเมีย.นัท ปั๊มเป็นรูป MERLION ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ขนาดรวม 200 กรัม ในราคา 10 เหรียญ ผมไปเห็นช็อคโกแลตดังกล่าววางขายในร้าน DUTY-FREE ราคา 14 เหรียญ แต่ผมสามารถซื้อช็อคโกแลตที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย ขนาดรวม 250 กรัม มีแมคคาดาเมีย นัทจาก ซุปเปอร์มาเก็ตของห้างสรรพสินค้า PARAGON ในราคาเพียง 5.2 เหรียญ ต่างกันเพียง เนื้อช็อคโกแลตมิได้ปั๊มให้เป็นรูป MERLION เท่านั้น นั่นหมายความว่า ผมซื้อเนื้อช็อคโกแลต มิได้ซื้อ LOGO รูป MERLION ผมคิดว่า เมื่อเอาช็อคโกแลต อมไว้ในปาก สักพัก MERLION ที่ว่าก็ละลายหายไป รสชาติก็มิได้อร่อยไปกว่า ช็อคโกแลตธรรมดา แล้วเราจะไปจ่ายแพงกว่าทำไม ผมยังถือโอกาสแวะห้าง LOW PRICE เพื่อซื้อแว่นสายตา ในราคา 1 เหรียญ หรือ ประมาณ 24 บาท ซึ่งราคานี้ ผมไม่สามารถจะหาซื้อในเมืองไทยได้ ที่เคยซื้อแถวคลองถม ถูกที่สุด คือ 3 อัน ร้อยบาท เด็กๆมีโอกาสได้เรียนรู้ว่า นอกจากราคาแล้ว เส้นทางเดิน ของสินค้า ที่เราซื้อ ก็มีความสำคัญ ที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือการเดินทางไปถึงประเทศสิงคโปร์ แล้วซื้อของที่ เมด อิน ไทยแลนด์กลับมาแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลายคนทำมาแล้ว หรือซื้อของที่ผลิตในเมืองจีน ขนส่งผ่านเมืองไทยลงไปถึงสิงคโปร์ เราก็ยังอุตส่าห์บินลงไปถึงสิงคโปร์เพื่อซื้อมันกลับขึ้นมา ของพวกนี้ กลับเมืองไทยแล้วค่อยไปหาซื้อแถวตลาดปีนัง คลองเตยก็ได้ ไม่ต้องไปแบกมาจากต่างประเทศให้ยุ่งยาก ในทางกลับกัน สินค้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หากจะส่งไปขายที่เมืองไทย จะต้องผ่านสิงคโปร์ก่อน เราน่าจะซื้อที่สิงคโปร์ได้ถูกกว่าเมืองไทย จะซื้อไว้ใช้เองก็เป็นปลื้ม จะซื้อไปฝากใครก็ไม่ทำให้ขายหน้า สุดท้ายที่อยากให้คำนึงคือ ประโยชน์ใช้สอย ซื้อของ คือ ซื้อไปใช้ ไม่ใช่ซื้อไปเก็บ บ่อยครั้งที่ผมเองเดินทางไปต่างประเทศ ผมไปตัวเปล่า และกลับตัวเปล่า มีคนชอบมาถามผมเสมอว่า ไม่ซื้ออะไรบ้างเลยหรือ ผมมักจะตอบว่า สิ่งที่เห็นๆ หาซื้อได้ไม่ยากที่เมืองไทย จะมาแบกกลับไปทำไม ความต้องการ อยากได้ ยิ่งน้อย ยิ่งไม่ทำให้เราต้องผิดหวัง จากการซื้อของที่แพงเกินจริง หรือ คุณภาพไม่สมราคา ผมจำได้ว่า ไปประเทศอังกฤษครั้งแรกในชีวิต ผมซื้อรองเท้า BALLY ไว้ 1 คู่ ในราคาที่กำลัง SALE คือ 7,000 บาท ว่ากันว่า ซื้อที่เมืองไทย ราคาเป็นหมื่น ใส่ปีเดียวก็เริ่มหมดสภาพ จากนั้นจึงซื้อ รองเท้า บาจา มาใส่ในราคาคู่ละ 700 บาท ใส่แล้ว หมดสภาพในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน มานึกอีกที ไม่น่าเชื่อว่า เงินจำนวนเท่ากัน ซื้อ สินค้า Brand Name หนึ่งคู่ สามารถซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศได้ถึง สิบ คู่ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ไปต่างประเทศทุกครั้ง ผมซื้อของน้อยมาก หรือแทบไม่ซื้อเลย.
. |