|
เช้าวันหนึ่ง ผมและเด็กๆพากันลงไปในสถานีรถไฟใต้ดิน ซื้อตั๋วแล้ว จะลงไปชั้นใต้ดินเพื่อขึ้นรถ ปรากฏว่า ผมดูในแผนที่แล้วหา สถานีที่จะไปไม่พบ พอทำท่าว่าจะเดินกลับก็มีผู้ชายสูงวัยท่านหนึ่งเดินไล่หลังผมมาพร้อมกับตะโกนเรียก ท่านบอกผมว่า ผมมาถูกแล้ว แต่จะต้องขึ้นรถไปหนึ่งสถานี แล้วเปลี่ยนรถจากสายสีแดงเป็นสายสีม่วง ก็จะสามารถเดินทางไปยังสถานีที่ต้องการได้ ทันทีที่เด็กๆเดินตามผมมาทัน ผมได้เรียกเด็ก ให้ยกมือไหว้ผู้ชายสูงวัยท่านนี้ เด็กบางคนยกมือไหว้ แต่บางคนไม่ยก ผมต้องทำการอรรถาธิบายว่า ท่านผู้นี้ โดยวัยวุฒิ อายุราว60 เศษ ถือได้ว่า เป็นคนที่มีอาวุโส โดยคุณวุฒิ ผมได้สอบถามท่าน ปรากฏว่า ท่านเป็นครู โดยสัญชาติ เป็นคนสิงคโปร์ แต่
พูดภาษาไทยได้ ฟังภาษาไทยเข้าใจ ที่สำคัญที่สุด คือท่านมีเมตตา ท่านมองดูว่า ผมเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในเส้นทางที่ผมต้องการจะเดินทางไป ท่านก็ช่วยชี้แนะ สำหรับผมแล้ว ผมถือว่า ท่านเป็นผู้มีพระคุณ มองโดยรวมแล้วผมเองยกมือไหว้ท่านได้อย่างสนิทใจ แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เด็กๆไม่ได้เข้าใจอย่างที่ผมเข้าใจ ผมจึงสอนให้เด็กได้เรียนรู้ว่า คนบางคน เช่น ครู พระ หมอ พ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ ฯลฯ เราสามารถจะยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจ โดยไม่ต้องรอให้ใครเรียกก่อน การยกมือไหว้ นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้อื่นแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึง การมี สัมมาคารวะ ของตัวเราเอง ใครพบ ใครเห็น จะไม่เพียงชมเราว่าเป็นคนนอบน้อม แต่จะยังชมไปถึงพ่อ แม่ ด้วย ว่า อบรมสั่งสอนมาดี บ่งบอกถึงวัฒนธรรมอันดีงาม เช่นเดียวกัน ในวันนั้น ผมได้พาเด็กไปที่ ESPLANADE ซึ่งเป็นทั้ง CONCERT HALL , THEATRE ผมได้บอกกับเด็กๆว่า ผมเองเป็นเพียงหมอเด็กคนหนึ่ง ผมไม่ใช่ GUIDE นำเที่ยว คนที่เป็น ไกด์นำเที่ยว มืออาชีพ เขาจะมีความรู้ รู้จริง รู้ลึก เขาจะบอกได้ว่า ESPLANADE แห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อใด สร้างเพื่อวัตถุประสงค์ใด ใช้งบประมาณเท่าไร ใครเป็นคนออกแบบ และหลังคารูปทุเรียนมีความหมาย หรือมีนัยยะอย่างไร ผมได้ถามเด็กๆว่า ในชีวิตของเรา มีคนอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเป็น ไกด์ ที่ดีมาก มีความรู้ดี รู้จริง และ รู้ลึก สามารถนำทางชีวิตของเราไปสู่จุดหมายปลายทางได้โดยไม่มีคำว่า หลงทาง ทราบไหมว่า ไกด์คนนี้ คือใคร ผมได้เฉลยให้เด็กๆได้ทราบว่า ไกด์ที่ดีที่สุดที่ผมพูดถึง ก็คือ พ่อ และแม่ ผู้ซึ่งคอยชี้ทางสว่างให้เราอยู่ตลอดเวลา น่าแปลกใจที่ เวลา พ่อแม่คอยชี้แนะ เรากลับไม่ค่อยได้เชื่อฟัง ต่อเมื่อชีวิตก้าวพลาดไป จึงกลับมาร้องห่มร้องไห้ ขอโทษพ่อ ขอโทษแม่ เด็กๆส่วนใหญ่พอใจจะเรียนรู้อะไรๆ ด้วยตนเอง น้อยคนจะมองชีวิตของพ่อแม่เป็นบทเรียน หรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต บ่อยครั้งที่ พ่อแม่ ตักเตือนมักจะไม่ค่อยเชื่อ คนที่เป็น พ่อ เป็น แม่ เมื่อชีวิตของตนเอง เคยก้าวผิดพลาด ก็ไม่ประสงค์จะให้ลูกๆต้องก้าวผิดพลาดตาม มีเด็กน้อยคนนักที่จะทราบซึ้งถึงความหวังดีที่พ่อแม่มีต่อตนเช่นที่ว่านี้ และมองข้ามไกด์ที่ดีที่สุดไปอย่างน่าเสียดายทั้งๆที่ไกด์คนนี้ เป็นคนที่อยู่ใกล้ๆตัวนั่นเอง.
. |