บทความเรื่อง เด็กไทยในต่างแดน เป็นเอกสิทธิ์ของผู้เขียน การนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เขียน เป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการนำไปเผยแพร่เพื่อการเรียนรู้ สามารถขอต้นฉบับได้ ฟรี ทาง pollert9669@hotmail.com pollepun9669@yahoo.com mobile tel. 01-9222277
ก่อนจะเดินทางกลับ ผมพาเด็กๆไปเดินที่ RIVER-WALK ผ่าน MERLION ที่อยู่ริมทะเล ผ่าน ESPLANADE ซึ่งเป็นทั้งโรงหนัง โรงละคอนขนาดยักษ์ แวะ Shopping ซื้อของที่ CHINA-TOWN และ ORCHARD STREET แล้วจึงกลับมาที่ Y.M.C.A เพื่อเอากระเป๋า ทุกคนออกเดินทางจากโรงแรมกลับสู่สนามบินด้วยรถไฟใต้ดิน เด็กๆมีโอกาสได้เห็นการจัดผังเมืองอย่างเป็นระเบียบ เมืองบริวารที่เรียงรายอยู่รอบๆ ทุกสถานีของรถไฟใต้ดิน จะมี BUS-STATION มารองรับและเชื่อมต่อ แฟลตที่รัฐบาลสนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัย เราทานข้าวเย็นมื้อสุดท้ายที่สนามบิน ผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหาร เหตุที่ไม่คาดฝันมาบังเกิดในวันสุดท้าย มีเด็กคนหนึ่ง ทำ Passport หาย คำถามมีอยู่ว่า หากมันหายไปจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น เด็กๆได้เรียนรู้ว่า ห้า คนแรกที่ Passport ยังอยู่ดี มีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยก่อน ผมกับเด็กที่ทำของมีค่าที่สุดในชีวิตหาย จะต้องอยู่ต่อ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การตอบคำถามที่ตอบได้ยากมาก ถามว่า ทำไม คุณจึงปล่อยเอกสารที่สำคัญอย่างนี้ไว้กับเด็กๆ ทำไมคุณไม่เก็บรักษาไว้ด้วยตนเอง ซึ่งผมก็คงจะต้องตอบว่า ก็เพราะผมต้องการจะสอนให้เด็กรู้จักคำว่า RESPONSIBILITY นะซิ จากนั้นก็ต้องไปโรงพัก เพื่อแจ้งความ แล้วนำเอาใบแจ้งความไปยังสถานทูต เพื่อทำใบทดแทน น่าตกใจที่วันเดินทางกลับเป็นวันเสาร์ รุ่งเช้าเป็นวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดราชการ นั่นหมายถึงเราจะต้องพักต่ออีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 ถึง 5 วัน และจะต้องซื้อตั๋วเครื่องบินกลับ แบบเต็มราคาอีก 2 ใบคงจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นอีกมากมาย โชคดีที่ผมยังคงมีเงินสดติดตัวอยู่อีกราว 800 กว่าเหรียญและบัตรเครดิต เป็นบัตรทองอีก 4 ใบ เดชะบุญที่เจ้าหน้าที่ของ Y.M.C.A เก็บ Passport ได้ และนำมาคืนให้ ผมถามเด็กคนนี้ว่า รู้สึกอย่างไร ต่อเจ้าหน้าที่ของโรงแรมคนนี้ เพราะถ้าจะพูดไปแล้ว เขาเสมือนเป็นผู้ชุบชีวิตให้ เหตุการณ์เสมือนเราได้ตายไปแล้วเกิดใหม่ ความยุ่งยากทั้งปวงหายวับไปกับตา เด็กคนนี้ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อทราบว่า มีคนเก็บมันได้ และเดินไปแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ท่านนี้ด้วยท่าไหว้แบบไทยๆ คำถามต่อไป ก็คือว่า เจ้าหน้าที่คนนี้เสมือนหนึ่งเป็นผู้ชุบชีวิตให้เราได้เดินทางกลับเมืองไทย ทราบไหม ว่า ใครเอ่ย เป็นผู้ชุบชีวิตให้เด็กๆทุกคนมีโอกาสได้บินมาเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่ประเทศสิงคโปร์ ยกมือไหว้ขอบคุณคนอื่นมามากแล้ว เครื่องบิน บินกลับถึงเมืองไทย เมื่อไร ผมร้องขอให้เด็กๆทุกคน สวมกอด พ่อ และ แม่ ไหว้แสดงความขอบคุณ พ่อและแม่เป็นผู้ที่เสียสละ ขยันขันแข็ง ทำงานทำการ หาเงินมาให้เราได้เรียนรู้ พ่อแม่ทุกคน นั่งเฝ้ามองให้เราสำเร็จการศึกษาจบแล้วมีงานทำ พึ่งพาตนเองได้ จะสนองคุณท่านไม่ยากหรอก เพียงแค่ตั้งอกตั้งใจเรียน และไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง แค่นี้ก็มากเพียงพอแล้ว การเดินทางในต่างแดน ได้สิ้นสุดลง แต่การเรียนรู้ ทักษะในการใช้ชีวิต ยังคงดำเนินต่อไป หัวเรื่องที่ว่านี้เราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด .