|
เรื่องที่ สอง ของการปฐมนิเทศ คือ การเตรียมตัวเดินทาง เด็กๆจะต้องเรียนรู้ว่า ชีวิตที่จะดำรงอยู่ในต่างแดน มีระยะเวลากี่วัน หากมีเพียง สามวัน และสองคืน วันแรก เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ในวันนั้น จะเป็นชุดที่ หนึ่ง ให้เตรียมชุดที่ สอง และสาม สำหรับอีก สองวันถัดไป พร้อมกับชุดนอน หนึ่งหรือสองชุด เท่านั้นเพียงพอแล้ว การขนเสื้อผ้าไปมากๆโดยไปถึงแล้วไม่ได้ใช้ กลายเป็นสัมภาระที่เกินความจำเป็น รองเท้าควรจะเป็นรองเท้าที่ไม่กลัวฝน และใส่อยู่เป็นประจำ รองเท้าที่ซื้อใหม่ ไม่คุ้นเคย ใส่แล้วคับไป ใส่แล้วไม่ถนัด หรือรองเท้าส้นสูงใส่แล้วเดินยาก รวมถึง รองเท้าผ้าใบที่โดนฝนแล้วใส่ไม่ได้อีกเลยกลายเป็นของต้องห้าม อุปกรณ์เสริมบางอย่างต้องมี เช่น ถุงพลาสติกขนาดปานกลางพร้อมหนังสติ๊ก เวลาฝนตก ถุงเหล่านี้ช่วยในการรักษาอุปกรณ์สำคัญต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป ฯลฯ ที่เหลือ ก็จะมีเพียง แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี แค่นี้พอแล้ว สบู่ และผ้าเช็ดตัวหรือผ้าขนหนู โรงแรมส่วนใหญ่ มีบริการให้อยู่แล้ว กระเป๋าเดินทาง ควรจะมี สอง ใบ ใบหลักเอาไว้ใส่เสื้อผ้า รวมสัมภาระที่ได้กล่าวไป ส่วนใบเล็กเอาไว้สะพายติดตัวเพื่อเก็บของมีค่า เช่นเงิน Passport ฯลฯ เด็กๆที่ไปในทีม จึงใช้เพียงเป้สะพายหลัง หนึ่งใบเท่านั้น ไม่มีใคร Load กระเป๋า ผ่านสายพานไปเก็บใต้ท้องเครื่องบิน เพราะทุกคนจะเรียนรู้ว่าเมื่อเดินทางไปถึงแล้วจะต้องไปนั่งรอกระเป๋าใบนี้กลับออกมาจากสายพานอีก ซึ่งเสียเวลาตามสมควร และยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจจะเกิดมี เช่นกระเป๋าเดินทางผิดสายพานไปโผล่ประเทศอื่นหรือกระเป๋าที่หน้าตาคล้ายกันแล้วโดนผู้โดยสารคนอื่นหยิบผิดไป แม้จะสะพายกระเป๋าไว้ติดตัว แต่เด็กๆก็ยังจะต้องเรียนรู้ว่า เมื่อเดินทางไปถึงประเทศจุดหมายแล้ว หากต้องการจะทราบว่า ถ้าเรามีกระเป๋าที่ Load มา เราสามารถจะไปรับได้ที่สายพานไหนมีวิธีการดูที่หน้าจอไหน ดูอย่างไร สัมภาระอย่างหนึ่งที่เด็กๆถูกสั่งให้เตรียมคือ ขวดเปล่าที่สะอาด ต่างประเทศทุกอย่างต้องซื้อด้วยเงิน รวมกระทั่งน้ำเปล่า จากขวดเปล่านี้ เราสามารถเติมน้ำที่ได้ฟรีจากโรงแรมไว้ใช้กินได้ตลอด สามวัน ที่สำคัญที่สุดคือเงิน แลกเงินไปมากเกินความจำเป็น แล้วไม่ได้ใช้ ถึงเวลาแลกกลับ เราจะขาดทุนอัตราการแลกเปลี่ยน โดยขาดทุน ทั้งขึ้น ทั้งล่อง ที่สนามบินดอนเมือง เด็กๆทุกคนจะได้รับการแจกเงินสิงคโปร์จำนวน ห้าสิบ เหรียญ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ในเวลา สาม วัน หากใครใช้เงินเกินตัว ให้นำเอาเงินไทยที่พกติดตัวมาแลก อัตราแลกเปลี่ยน ใช้อัตราปัจจุบันที่สนามบินเป็นหลัก เป็นโชคดีของผมที่เงินบาทในขณะนั้น แข็งมาก ผมจึงเปลี่ยนเงินไทยไปเป็นเงินสิงคโปร์ร่วมพันหรียญโดยไม่กลัวว่า ใช้เหลือแล้วจะต้องแลกคืน ในทางกลับกัน เด็กจะต้องเรียนรู้ว่า หากแลกเงินไปไม่พอ แล้วเงินสดขาดมือ จะเกิดอะไรขึ้น นั่นหมายถึงว่า เราจะต้องมีแหล่งเงินที่พร้อมจะนำออกมาใช้ ถ้าสำหรับผม มันคือ บัตรเครดิต เด็กๆทุกคนจะต้องเรียนรู้ว่า เครดิต นั้น สำคัญอย่างไร การถูก Dis-credit โดยธนาคาร จึงเป็นสิ่งที่ไม่พึงปฏิบัติอย่างยิ่ง
. |