|
เรื่องที่ สาม ของการปฐมนิเทศ คือเรื่อง ข้อพึงปฏิบัติ และ ข้อไม่พึงปฏิบัติในประเทศที่เราเดินทางไป เข้ากับสำนวนไทยที่ว่า เข้าเมือง ตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม สิงคโปร์เป็นประเทศที่สะอาด และรักต้นไม้ จึงไม่ควรทิ้งขยะ แบบคนไทย นิสัยคนไทย ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ แต่ที่โน่น ไม่ได้ โทษปรับฐานทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง แพงมาก สิงคโปร์เป็นประเทศที่รักต้นไม้ การเด็ดดอกไม้ หรือหักทำลายกิ่งไม้ ต้นไม้ ด้วยความคึกคะนองห้ามทำเด็ดขาด ที่สำคัญ คนสิงคโปร์เป็นคนมีระเบียบ วินัย การข้ามถนน ควรข้ามตรงทางข้าม และปฏิบัติตามกฏสัญญาณไฟให้เคร่งครัด การลงรถไฟใต้ดิน ควรเปิดทางให้ผู้โดยสารเดินออกมาก่อน ไม่ยืนขวางทางเกะกะ ถือเป็นมารยาทของสังคมอย่างหนึ่ง บทเรียนบทแรกที่ผมเองได้รับจากการจัดทัวร์คราวนี้ ก็คือ เด็กทุกคน มารายงานตัวที่สนามบินดอนเมืองไม่พร้อมกัน แต่ใบจองตั๋วเป็นใบเดียวกัน ทำให้คนที่มาช้ากลายเป็นตัวถ่วง เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้า-ออกเมืองแล้ว เด็กๆจะถูกสอนให้สำรวจร้าน DUTY-FREE เพื่อเช็คราคาของเป็นการเปรียบเทียบราคากับร้าน DUTY-FREE ของสิงคโปร์ จากนั้น ป้ายภาษาอังกฤษต่างๆ จะค่อยๆทยอยสอนให้รู้จัก รวมทั้งจอ monitor DEPARTURE AND ARRIVAL ว่า มีสายการบินไหน กำลังจะบินเข้า หรือบินออก เครื่องบินเข้าเทียบท่าหรือยัง GATE OPEN , BOARDING , FINAL CALL สำหรับแจ้งให้ผู้โดยสารทราบ เมื่อเรียนรู้สิ่งเหล่านี้แล้ว การเข้าแถวเพื่อจะขึ้นเครื่อง ขึ้นเครื่องแล้ว การเลือกที่นั่งบนเครื่องตามแบบฉบับของ Low-cost Airline ทุกคนเรียนรู้ว่า มาถึงก่อน เลือกที่นั่งก่อน FIRST COME FIRST SERVE เฉกเช่นเดียวกับการทำงาน คนที่มาถึงที่ทำงานก่อน เลือกที่จอดรถก่อน ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อเครื่องบินเหินขึ้นฟ้า เด็กๆทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับนกเหล็กขนาดมหึมาที่สามารถทะยานขึ้นสู่อากาศ มองจากข้างบนลงมา โลกใบนี้เล็กนิดเดียว เด็กๆเริ่มรู้จักคำว่า GLOBALIZATION โลกที่กว้างใหญ่ไร้พรมแดน ใช้เวลา ประมาณ สอง ชั่วโมง ทุกคนก็เดินทางมาถึงสนามบิน Changi เวลาที่เครื่องบินร่อนลงให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เด็กๆรับรู้ได้ถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ช่างมหัศจรรย์ใจยิ่งนัก หลายคนบอกได้ว่า ตื่นเต้นมาก ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วเด็กๆได้รับการสอนให้ เก็บรักษา Passport เท่าชีวิต ทุกคนจะต้องหยิบแผนที่ ของ SINGAPORE ซึ่งมีแจกให้ฟรีที่สนามบิน และเรียนรู้ การรับกระเป๋าที่ Load มา (หากมี) จากสายพาน เรียนรู้การเดินทางเข้าเมือง โดย BUS , UNDERGROUND-TRAIN ผมพาเด็กเดินทางเข้าเมืองด้วยรถเมล์ ตั้งใจจะให้เด็กได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ๆซึ่งหาดูได้ยาก แต่วันเดินทางกลับ ผมพาเด็กๆมาสนามบินโดยใช้รถไฟใต้ดิน ไม่มีใครทราบว่า ทำไมผมจึงทำเช่นนั้น จนวันสุดท้ายผมจึงบอกเหตุผลให้เด็กได้ทราบว่า วันเดินทางกลับ รถไฟใต้ดิน ปลอดภัยและแน่นอนกว่า การมาขึ้นเครื่องบินไม่ทันเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจจะให้อภัยได้ ใครเชื่อให้ไปลองดู
. |