www. tprc

menu_search.jpg
 
 
 
 
 
   
Pediatric Respiratory Diseases “Integration of clinical sciences into Practices”
ประวัติชมรมโรคระบบหายใจและ
เวชบำบัดวิกฤตในเด็กแห่งประเทศไทย
ชีวิตและงานของศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุภรี สุวรรณจูฑะ
Dedication from International Colleagues who have
contributed to the Development of Pediatric critical care in Thailand
ครูมิใช่เป็นเพียง…..แค่เรือจ้าง
ป้าหมอผู้ใจดี
ความประทับใจจากผู้ร่วมงาน...มิลืมเลือน
ถึงเพื่อนรัก…เมื่อวันวาน
แด่หนึ่งในดวงใจของผม
กราบ…คุณแม่ที่รัก
ครูมิใช่เป็นเพียง…..แค่เรือจ้าง

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุภรี  สุวรรณจูฑะ ครูที่ดีและงามพร้อม

       การยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติดีเยี่ยมในฐานะครูแพทย์ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สถาบันและสังคมส่วนรวมนั้น นอกจากจะเป็นการมอบความภูมิใจตอบแทนความเหนื่อยยากของบุคคลนั้นแล้ว ยังเป็นกลยุทธสำคัญในการจรรโลงความดีงาม สร้างขวัญและกำลังใจให้เด็กเยาวชน ประชาชนทั่วไปและผู้อยู่ในวงการต่างๆ ให้มีโอกาสรู้ว่ายังมีครูที่ดีมีจิตวิญญาณของครูและแพทย์ที่มีจริยธรรมมีศาสตร์และศิลป์ในการประสิทธิประสาท วิชาการ วิชาชีพเป็นแบบอย่างได้จริง ไม่ได้สูญพันธ์ไปแล้วในสังคมปัจจุบันที่กำลังมีวิกฤตศรัทธาต่อแพทย์และต่อครู

       ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีที่ได้เป็นลูกศิษย์และร่วมงานกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุภรี  สุวรรณจูฑะ ข้าพเจ้าได้พบอาจารย์เป็นครั้งแรก เมื่อเป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่ 6 ในกลุ่ม 8 คน ที่กำลังเรียนวิชากุมารเวชศาสตร์ ที่ OPD เด็ก เมื่อแรกพบอาจารย์เป็นภาพที่ยังติดตาติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ อาจารย์สวมชุดสีขาวกับน้ำเงินงดงาม มีมาดที่มั่นใจแจ่มใสเต็มไปด้วยพลังของความรู้ ประสบการณ์ ความตั้งใจที่จะสอนลูกศิษย์ชุดแรก ในเช้าวันนั้นอาจารย์สอนเรื่องเกี่ยวกับระบบหายใจของเด็ก โรคที่พบบ่อยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีเสมหะอุดตันทางเดินหายใจและวิธีการแก้ไขด้วย Postural Drainage ภายใน 1 สัปดาห์นั้นเอง เมื่อข้าพเจ้าอยู่เวรที่ Ward เด็ก 1 ที่เป็น infectious เด็กคนหนึ่งกำลังหายใจไม่ออกเหมือนภาวะที่อาจารย์สอนพอดี ข้าพเจ้าได้นำความรู้ที่อาจารย์สอนมาปฏิบัติทันที ได้ผลดีคือช่วยชีวิตเด็กได้ จึงเป็นความประทับใจทำให้สนใจอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติม อาจารย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของแรงจูงใจทำให้ข้าพเจ้าเลือกศึกษาฝึกอบรมเป็นกุมารแพทย์ต่อไป

       อาจารย์สุภรีเป็นครูแพทย์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดูแลรักษากายและใจของผู้ป่วยเด็กกับครอบครัวและในการสอนลูกศิษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการถ่ายทอดวิทยายุทธทางกุมารเวชศาสตร์ทั่วไปและสาขาโรคทางเดินหายใจในเด็ก อาจารย์เป็นผู้พัฒนาสิ่งใหม่ๆ และมีความครอบคลุมทั้งลึกและกว้าง ตั้งแต่การดูแลเด็กในภาวะวิกฤตใน PICU การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยซับซ้อนและยาต่างๆ มีความเป็นความตายเกิดขึ้นได้ในเสี้ยวนาทีจนถึงผู้ป่วยโรคปอดแบบเรื้อรังยืดเยื้อที่ต้องการการดูแลอีกแบบหนึ่งที่ต้องฟื้นฟูสภาพทางกายและใจ และต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนเพื่อนร่วมงาน แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด ต้องใช้น้ำใจ มือและความรู้กว้างออกไปจาก pulmonary pediatric มาทาง psychosocial และในระยะหลังขยายมาถึง home care ที่ต้องปรับใช้เครื่องพ่นละออง เครื่องหัดเป่าขยายปอด ซึ่งต้องประยุกต์คล้ายเป็นช่างเทคนิคด้วย โดยการกระทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กผู้ป่วยกับครอบครัวเป็นที่ตั้ง อาจารย์ได้สอนให้ลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานเปิดใจเปิดหู ตาและความคิด มีความคิดสร้างสรรค์และเอาใจเขาใส่ใจเรา มีความเป็นคนในความเป็นแพทย์ พยาบาล อาจารย์ยังได้ริเริ่มการให้บริการสุขภาพอย่างครบวงจร คือเน้นการป้องกันปัญหาและส่งเสริมสุขภาพด้วยการฝึกกายบริหารเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะปอดอีกด้วย

       อาจารย์เป็นครูที่มีความตื่นตัว สรรหาและสร้างความรู้ใหม่ด้วยการค้นคว้าวิจัย และเป็นผู้นำในการวิจัยโดยมีผู้ร่วมวิจัยจากหลายหน่วยงานทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้ได้ทราบถึงระบาดวิทยา และต้นเหตุของโรคทางเดินหายใจในเด็กไทย ได้เผยแพร่ไปในระดับนานาชาติ ทำให้ผู้ร่วมงานและลูกศิษย์ได้มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการและสัมผัสกับวิทยาการและวิทยากรสำคัญๆ มีโอกาสเข้าร่วมประชุมวิชาการหลายระดับ บางครั้งบางคนมีโอกาสได้ร่วมจัดประชุม จะได้พบเห็นความละเอียดในการวางแผนและการดำเนินงานประสานกับทุกขั้นตอน ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่า “เหนื่อย แต่สนุกและปลื้มใจกับความสำเร็จ”

       กับลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานทั้งรุ่นอาจารย์ผู้ใหญ่จนถึงรุ่นน้องๆ อาจารย์เป็นกัลยาณมิตรที่อ่อนหวานที่เสมอต้นเสมอปลาย มีความกตัญญูกตเวทีกับอาจารย์ เช่น อาจารย์ มรว.จันทรนิวัทธ์  อาจารย์ภัทรพร ฯลฯ ให้ความเมตตากรุณาแนะนำและให้อภัยศิษย์ และเพื่อนร่วมงานที่บางครั้งปฏิบัติหรือแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสม ทั้งยังให้เกียรติให้โอกาสและส่งเสริมจนได้ดี มีความก้าวหน้าหลายคน ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้จะนำสิ่งดีๆ ที่อาจารย์สุภรีให้ไปขยายต่อให้แก่ลูกศิษย์และประชาชนในวงที่กว้างขึ้น สำหรับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว อาจารย์กรุณาร่วมเป็นผู้ก่อตั้ง โดยเป็นกรรมการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและครอบครัวของมหาวิทยาลัยมหิดล และร่วมเป็นกรรมการบริหารโครงสร้างการจัดตั้งสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว จนกระทั่งสถาปนาสถาบันฯ ได้สำเร็จในปี พ.ศ.2541 ทั้งนี้อาจารย์ได้กรุณาให้ความคิดเห็นสนับสนุนการดำเนินงานอย่างดียิ่งตลอดมา

       ทางด้านส่วนตัวอาจารย์เป็นผู้มีความอ่อนโยนอย่างเข้มแข็ง เป็นแบบอย่างที่ดีของการครองสติและใช้ปัญญาและมนุษย์สัมพันธ์ในการแก้ไขปัญหาและดำรงชีวิต แม้ในยามที่มีความทุกข์แสนสาหัสช่วงคู่ชีวิตบาดเจ็บสาหัส มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือช่วงที่ได้รับเกียรติยศ ความภูมิใจ ปลื้มใจ เช่น ช่วงได้รับทุนวิจัยขนาดใหญ่ อาจารย์แสดงออกถึงความมั่นคงทางจิตใจ และยังเป็นตัวของตัวเองอย่างงดงามและเสมอต้นเสมอปลาย

       ในระยะเวลา 30 ปีที่ได้มีโอกาสพบ เรียนรู้จากและทำงานร่วมกับอาจารย์ ข้าพเจ้าได้รับความรู้ ความเมตตา และได้เห็นแบบอย่างที่งดงาม อาจารย์เป็นอาจารย์ที่มีความงามเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าจะเป็นการวางตัว การพูดจาอย่างจริงใจ และมีความสนใจ มีความปรารถนาดีกับทุกๆ คน มีความละเอียดละออ มีจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง และที่สำคัญคือว่าอาจารย์ได้ใช้ความรู้ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมและมีการนำมาประยุกต์เพื่อใช้แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจในเด็กสำหรับประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับนับถือทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ได้พัฒนาและผลิตบุคลากร อบรมสั่งสอน นักศึกษาแพทย์ พยาบาล แพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฉพาะทาง และเผยแพร่ความรู้สู่แพทย์ทั่วประเทศ และประชาชนอย่างครบวงจร ด้วยความดีงามที่ไม่อาจจะบรรยายได้อย่างครบถ้วน ข้าพเจ้าจึงมั่นใจว่าอาจารย์เป็นผู้มีคุณค่า มีความดีและความงามพร้อมสมควรแก่การยกย่องเป็นอย่างยิ่ง

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงนิตยา  คชภักดี
หน่วยพัฒนาการเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
และ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
 
 
คุณครูของผม

“….พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้เป็นเรือจ้าง คลาดจากความจริงยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง มีใครบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู”

       ตลอดช่วงเวลากว่าสิบปีที่ผมได้มาเป็นอาจารย์ มีกิจกรรมประจำปีอยู่กิจกรรมหนึ่งที่ผมตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องเข้าร่วมให้ได้ทุกครั้งนั้นคือ “งานไหว้ครู” เพราะนอกจากจะได้รับสัมผัสกับความรู้สึกผูกพัน มุ่งมั่น กตัญญู ที่ศิษย์ตั้งใจมอบให้แล้ว วันครูยังเป็นวันที่ผมได้มีโอกาสคิดทบทวน ถึงบทบาทของตนเองในฐานะที่เป็นครูคนหนึ่ง ถึงสิ่งที่ตนเองได้ปฏิบัติผ่านมาในฐานะที่เป็นครู และถึงสิ่งที่ตนเองจะได้ทำต่อไปเป็นฐานะที่เป็นครู น่าแปลกตรงที่ว่ายิ่งเวลาผ่านไปมากขึ้นเท่าใด บทบาทและหน้าที่ของความเป็นครูในสายตาของผมยิ่งดูต่ำลงไปทุกที

       สมัยอยู่ชั้นประถม เชื่อไหมครับว่าบางครั้งผมเห็นครูเหมือนพระเจ้าทุกอย่างที่ครูทำดูเหมือนจะศักดิ์สิทธิ์ไปหมด ครูเป็นผู้ชี้ถูกชี้ผิด เป็นผู้ที่ให้คุณและเป็นผู้ที่ลงโทษ หลายครั้งที่คำสั่งของครูดูจะมีประกาศิตกว่าคำสอนของพ่อแม่เสียอีก

       มาถึงชั้นมัธยม ครูดูจะเป็นเหมือนพ่อแม่ที่คอยอบรม (พร่ำบ่น) สั่งสอน คอยห่วงใยให้คำปรึกษา เป็นคนที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นเหมือนบ้านที่สอง

       พอเข้ามหาวิทยาลัย ครูกลับดูคล้ายเรือจ้าง คือคนที่ถูกจ้างให้มาทำหน้าที่ตามสาขาวิชาที่ตนถนัดหรือได้รับมอบหมาย มีหน้าที่พาลูกศิษย์ข้ามฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง พอถึงแล้วลูกศิษย์ก็รอเรือลำต่อไป ส่วนผลลัพธ์จะดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือความตั้งใจของศิษย์เอง (ไม่ได้ขึ้นอยู่กับครู !?!)

       จวบจนปัจจุบัน จากเวลาสิบกว่าปีที่ผมได้มาทำหน้าที่เป็นครู ได้มีโอกาสเห็นและสัมผัสส่วนต่างๆ ของความเป็นครู ได้เห็นการทำหน้าที่ในรูปแบบต่างๆ ของครู ทั้งในส่วนงานสอน งานวิจัย และงานบริการ ได้มีโอกาสติดตามดูผลผลิตคือลูกศิษย์ ผมสรุปได้จนถึงจุดนี้ว่าอันที่จริงแล้ว “ครูนั้นคือบันได” ครูแต่ละคนควรจะเป็นบันไดที่มั่นคง ที่จะคอยส่งให้ศิษย์ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ที่จะคอยพยุงรักษาระดับเมื่อศิษย์พบอุปสรรค ที่จะคอยรองรับเมื่อศิษย์พลาดพลั้ง ครูไม่ใช่พระเจ้า ครูไม่ใช่พ่อแม่ ครูไม่ใช่เรือจ้าง ครูบางคนอาจเป็นนักวิจัยชั้นเยี่ยมเป็นนักบริหารชั้นยอด แต่นั่นคือนักวิจัย นักบริหาร… ไม่ใช่ครู

       ผมมาถึงจุดสรุปของคำว่า “ครู” นี้ได้ไม่ใช่โดยการอ่านหรือการศึกษาแต่ได้มาจากประสบการณ์และความตั้งใจที่จะไตร่ตรองของผมเอง ผมได้เห็น ได้มีส่วนร่วมปฏิบัติ ได้คิด ผมได้มาจากการที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับชีวิตความเป็นครูของอาจารย์หมอ

“สุภรี สุวรรณจูฑะ…..คุณครูของผม”

นายแพทย์โยเซฟ  ซื่อเพียรธรรม หัวหน้าหน่วยกุมารเวชศาสตร์สังคม
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
 
 
อาจารย์สุภรี……….ครูผู้น่าสรรเสริญ

       อาจารย์เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ได้กล่าวไว้ว่าคุณลักษณะของครูที่ดี จักกอรปด้วย บุคลิกภาพที่ดีและความมีคุณธรรม  ต้องนับว่าเป็นโชคดีของผู้เขียนที่ชีวิตนี้มีโอกาสได้เป็นศิษย์ของครูดีต้องด้วยคุณลักษณะดังกล่าวอยู่หลายท่าน  และศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุภรี สุวรรณจูฑะ ก็เป็นหนึ่งของครูดีที่ผู้เขียนได้อาศัยเป็นแบบอย่างเสมอมา

       กว่ายี่สิบปี ที่ผู้เขียนได้เริ่มรู้จักอาจารย์สุภรีในฐานะนักเรียนแพทย์กับอาจารย์ และจากนั้นมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับอาจารย์อีกหลายบทบาทในฐานะแพทย์ประจำบ้านกับอาจารย์ ฐานะผู้ร่วมงาน และฐานะผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชา ทำให้ผู้เขียนได้เห็น ได้ฟัง ได้สัมผัสคุณลักษณะความเป็นครูของอาจารย์สุภรีอย่างลึกซึ้งกว้างขวาง  และกล้ากล่าวอย่างมั่นใจว่าข้อเขียนต่อจากนี้ไปเป็นข้อเท็จจริงที่ได้ประสบด้วยตนเอง ปราศจากการสร้างเสริมเติมแต่งแต่อย่างใด
คุณลักษณะแรกที่ก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็นคือ บุคลิกภาพของอาจารย์สุภรี อาจารย์มีความสง่างาม ผ่าเผย องอาจ มีกิริยามารยาทงดงาม เป็นผู้ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยได้อย่างเป็นเลิศ ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ ชวนให้ศิษย์ปรารถนาเข้ามาใกล้ชิด  คุณลักษณะดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้ศิษย์เลื่อมใสศรัทธา เป็นช่องทางให้ครูสามารถอบรม ปลูกฝังคำสั่งสอนแก่ศิษย์ได้ง่ายขึ้น
ทางด้านคุณธรรมนั้นเล่า อาจารย์สุภรีก็เพียบพร้อมไปด้วยปัญญาความรู้ ความบริสุทธิ์ และความกรุณา อันเป็นคุณธรรมของครูที่ดีอย่างยากที่จะหาผู้เสมอเหมือน ดังจะได้กล่าวต่อจากนี้ไป

       อาจารย์สุภรีได้รับการฝึกอบรมทางด้านกุมารเวชศาสตร์ และกุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจจากสถาบันชั้นนำของโลก จึงสามารถนำความรู้ ความชำนาญมาใช้ในการรักษาผู้ป่วย และสั่งสอนศิษย์ได้อย่างเมตตา ยิ่งกว่านั้น อาจารย์ยังได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางโลกและทางธรรม  ทางโลกหรือด้านวิชาการนั้นเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าอาจารย์เป็นผู้นำในสาขาวิชาชีพอย่างแท้จริง มีความรู้แตกฉาน เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล จนได้รับพระราชทานตำแหน่ง ศาสตราจารย์ระดับสิบเอ็ด  แม้นว่าอาจารย์จะได้รับชื่อเสียง เกียรติยศสูงส่งเพียงใด แต่อาจารย์ก็ไม่เคยตกอยู่ในความประมาท ได้ขวนขวายศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เนืองนิตย์ นำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจนเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม ซึ่งมีความสำคัญยิ่งกว่าบุคลิกภาพมากมายนัก

       อาจารย์สุภรีเป็นครูที่มีจิตใจงดงาม บริสุทธิ์ ให้ความรักแก่ศิษย์ทุก ๆ คนอย่างเท่าเทียม จิตใจคงมั่นอยู่ในอุเบกขา มีความหวังดีและช่วยเหลือศิษย์อย่างเต็มความสามารถโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก จึงเป็นที่รักและเคารพของศิษย์ทุกคน

       อาจารย์สุภรีเป็นครูที่เปี่ยมไปด้วยความกรุณา ซึ่งต้องด้วยองค์คุณของกัลยาณมิตรเจ็ดประการอย่างครบถ้วน  หนึ่งเป็นครูที่น่ารัก เป็นที่วางใจและสนิมสนมแก่ศิษย์ ศิษย์สามารถเข้าหาเพื่อปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางวิชาการและส่วนตัวได้ตลอดเวลา ไม่ถือตัว เย่อหยิ่ง  สอง เป็นที่น่าเคารพในฐานให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นในเมื่อเข้าใกล้ เป็นที่พึ่งแก่ศิษย์ได้  สาม น่ายกย่องโดยทรงคุณความรู้และภูมิปัญญาอย่างแท้จริง  สี่ รู้จักพูด คอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี  ห้า อดทนต่อถ้อยคำ สามารถระงับโทสะ โมหะได้เป็นอย่างดี  หก สามารถอธิบายเรื่องต่าง ๆ ที่ลึกซึ้งได้ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย  เจ็ด เป็นแบบอย่างที่ดี

       คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินเลยไปว่า อาจารย์สุภรีมีคุณสมบัติของครูดีครบถ้วน ซึ่งหาได้ยากยิ่งในสังคมยุคปัจจุบัน สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

รองศาสตราจารย์นายแพทย์พงษ์ศักดิ์  โค้วสถิตย์
หัวหน้าหน่วยโรคหัวใจเด็ก
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

                                                         

 
 

       ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันที่อาจารย์สุภรีจะเกษียณอายุราชการได้มาถึงแล้ว ดูเหมือนมันเร็วกว่าที่เคยคิดไว้ แดงโชคดีที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของอาจารย์คนหนึ่ง อาจารย์ให้ความสนับสนุนแดงและครอบครัวในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน หรือชีวิตครอบครัว อาจารย์ได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ  เพื่อให้แดงได้เป็นอาจารย์ของภาควิชากุมารฯ แดงยังจำถึงคำปลอบใจจากอาจารย์ที่ว่า “แดง ถ้าเราทำบุญมาร่วมกัน เราคงจะได้อยู่ด้วยกัน” แล้วแดงก็ได้เป็นอาจารย์คนหนึ่งในภาควิชากุมารฯ ในที่สุด

        อาจารย์สุภรีได้ติดต่อส่งแดงไปเรียนต่อที่ Johns Hopkins Hospital ไปอยู่กับ Professor Mark C Rogers และ Professor Gerald Loughlin ทำให้แดงได้ทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็น Top Ten ของโลก ทำให้ตัวเรามั่นใจขึ้นมาก เพราะถ้าเทียบกันตัวต่อตัวแล้ว เขาก็ไม่ได้เก่งไปกว่าเราเท่าไหร่

       อาจารย์สุภรีเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับการทำงานมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งแดงต้องเขียนบทความลงหนังสือที่อาจารย์เป็นบรรณาธิการ แดงก็เขียนไปจนดึก จนสมองไม่สั่งงานแล้ว มาขอโทษอาจารย์ตอนเช้าว่าส่งต้นฉบับไม่ทัน สมองหมดสภาพตอนเที่ยงคืน อาจารย์ยังบอกแดงว่า “เมื่อคืนพี่ต้องดื่มกาแฟจึงทำงานต่อไปได้ถึงตี 3” วันนั้นละอายใจมาก ฮึดสู้ เขียนต้นฉบับจนจบ

       อาจารย์สุภรีเป็นตัวอย่างที่ดีในทุก ๆ เรื่อง แดงดีใจมากที่อาจารย์ได้รับพระราชทานรางวัลมหิดลสาขาความเป็นครู จะได้เป็นแบบอย่างให้ครูแพทย์รุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม จะได้รู้ว่าครูแพทย์ที่ดีต้องเป็นอย่างไร

       อาจารย์เป็นคนที่มองคนในแง่ดี ให้อภัยแดงเสมอ เวลาที่แดงทำอะไรที่ไม่สมควร อาจารย์ก็ยังสามารถหาเหตุผลมาให้อภัยแดงจนได้

       แดงคิดว่าอาจารย์เป็นนักการทูตที่ดีเยี่ยมคนหนึ่ง เวลาไปต่างประเทศ หรือ ขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศทีไร ไม่เคยได้รับการปฏิเสธเลย มีแต่ให้เกียรติและให้ความช่วยเหลือเกินกว่าที่ขอทุกครั้ง อาจารย์แพทย์ชาวต่างชาติเวลาที่เขาได้พบและได้เห็นผลงานของอาจารย์แล้ว เขาชอบบอกแดงว่าไม่น่าเชื่อที่อาจารย์จะทำได้ถึงขนาดนี้ ที่เขานับถืออาจารย์มาก เพราะเขาเห็นว่าอาจารย์พยายามทำงานเพื่อส่วนรวมในทุก ๆ เรื่อง คนที่อาจารย์ส่งไปนอก ก็กลับมาทำงานให้บ้านเกิดกันทุกคน ไม่ว่าแพทย์หรือพยาบาล ทุกคนก็พยายามที่จะสร้างผลงาน ไม่ให้เสียชื่อว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์สุภรี

       แดงไม่แน่ใจว่าตัวแดงจะทำได้ถึง 1 ใน 100 ของอาจารย์หรือเปล่า แต่ก็จะขอใช้ความพยายามขั้นสูงสุดไปก่อน แดงยังคิดเสมอว่า ถึงแม้อาจารย์จะเกษียณไปแล้ว แต่อาจารย์ก็ยังสามารถกลับมาช่วยแดงอีกได้ในทุกเรื่อง เหมือนกับที่อาจารย์ชอบพูดเสมอว่า แดงเป็นลูกสาวคนหนึ่งของอาจารย์

ด้วยความเคารพรักอย่างที่สุด
แดง
(รศ.พญ.อรุณวรรณ  พฤทธิพันธุ์)

 

 

 
 

       กระผมเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์สุภรี ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากท่านอาจารย์ในขณะที่เป็นแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ผู้ช่วยอาจารย์ กระผมได้เห็นแบบอย่างที่ดีของอาจารย์ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ความรู้และกำลังความคิดถ่ายทอดให้แก่ลูกศิษย์ทุกคนตั้งแต่นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด รวมถึงแพทย์ประจำบ้าน อาจารย์มีเมตตาและเสียสละช่วยแก้ไขสิ่งบกพร่องต่างๆ ให้กับลูกศิษย์ด้วยความรักและเอ็นดูในด้านความรู้ทางวิชาการ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากการสอนของอาจารย์ที่ได้นำเอาความรู้พื้นฐานทางด้านการแพทย์มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี และผู้ป่วยสามารถนำไปใช้ดูแลตนเองที่บ้านได้ ซึ่งทำให้ผมประทับใจมาก และทำให้ผมสนใจวิชาการทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และคิดอยู่เสมอว่าจะต้องใช้วิชาชีพที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยเด็กของเรา และสามารถให้ผู้ป่วยดูแลรักษาตนเองที่บ้านได้

       อาจารย์เป็นผู้วางรากฐานของวิชาชีพโรคระบบหายใจในเด็กในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั้งประเทศ การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาทางระบบหายใจ มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ผมได้เคยติดตามอาจารย์ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมทั้งในประเทศและต่างประเทศพบว่าอาจารย์ได้เป็นที่ยอมรับของแพทย์นานาชาติว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการแพทย์และภูมิใจที่อาจารย์ได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติยศมาสู่ประเทศไทย งานวิจัยของอาจารย์ทางด้านโรคติดเชื้อระบบหายใจในเด็กเป็นผลงานวิจัยค้นคว้าของอาจารย์ที่ได้รับการตีพิมพ์และอ้างอิงของวารสารต่างประเทศมากมาย ซึ่งผมได้มีโอกาสได้ศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยและบอกเล่าให้แก่แพทย์รุ่นน้องๆ อยู่เสมอๆ และยังเป็นองค์ความรู้ที่ยังทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

       ในด้านการถ่ายทอดวิชาความรู้ อาจารย์เป็นแบบอย่างของครูที่ถ่ายทอดวิชาให้กับศิษย์โดยละเอียด ถามและย้ำให้แน่ใจว่าศิษย์เข้าใจอย่างแน่แท้โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังให้คำปรึกษา ชี้แนะให้แยกแยะสิ่งที่ถูกที่ควรในการปฏิบัติตนให้เป็นแพทย์ที่ดี และอาจารย์สุภรีจะเน้นอยู่เสมอให้ลูกศิษย์ที่จบไปเป็นกุมารแพทย์ทุกคนให้มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วย ตลอดจนครอบครัวของผู้ป่วยเป็นองค์รวม และสามารถถ่ายทอดความรู้นั้นๆ ให้กับชุมชนและผู้อื่นได้อยู่เสมอ และอาจารย์ยังส่งเสริมให้ลูกศิษย์ทุกคนได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ผมโชคดีที่อาจารย์ได้เมตตาส่งเสริมให้ได้รับการอบรมศึกษาต่อต่างประเทศ แม้จะจบการศึกษาและทำงานอยู่ในต่างจังหวัดก็ตาม และกลับมาประเทศไทยเพื่อนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาดูแลรักษาเด็กไทยให้มีสุขภาพสมบูรณ์ในอนาคต และถ่ายทอดวิชาความรู้นั้นแก่แพทย์รุ่นต่อๆไปดังที่ผมได้กระทำอยู่ในเวลานี้

       อาจารย์สุภรี เป็นครูแพทย์ผู้มีจริยธรรมที่สูงส่งมีความเมตตาต่อลูกศิษย์ และผู้ร่วมงานตลอดจนผู้ป่วยอยู่เสมอๆ ส่งเสริมและให้กำลังใจกับลูกศิษย์ทุกๆ คน สมควรแก่การที่อาจารย์จะได้รับการยกย่องและถือเป็นแบบอย่างของครูที่ดีที่ลูกศิษย์ได้ระลึกถึงและถือปฏิบัติตามตลอดมา

นายแพทย์สมรัก  รังคกูลนุวัฒน์
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่